Uncategorized“Brass House” Jazz Bar Bangkok
Jazz Bar Bangkok

“Brass House” Jazz Bar Bangkok พื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ Jazz Culture เข้าถึงง่ายสำหรับทุก Gen

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Jazz Bar Bangkok นั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่ในหมู่คนรักดนตรีแจ๊สแบบดั้งเดิม แต่ขยายไปถึงคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ยามค่ำคืนที่มากกว่าการดื่ม หรือฟังเพลงเพียงอย่างเดียว และทำให้เพลงสไตล์ Jazz กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมีรสนิยม ความลึกซึ้ง และบรรยากาศที่แตกต่างจาก Nightlife ทั่วไป โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้คุณค่ากับ Experience และ Atmosphere พอ ๆ กับตัวเพลง หรือเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม ภาพจำของ Jazz Bar มักจะยังคงถูกมองว่าเป็นพื้นที่เฉพาะกลุ่ม เงียบ สุขุม และเข้าถึงยาก แต่ Jazz Bar Bangkok ที่ Brass House ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทลายกรอบนั้น ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างพื้นที่ใหม่ให้ Jazz Culture กลายเป็นสิ่งที่ “ใครก็เข้ามาสัมผัสได้” โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟังแจ๊สตัวจริง และทำให้ Jazz Culture กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง

ดังนั้น Brass House ไม่ได้เป็นเพียง Jazz Bar Bangkok น้องใหม่ แต่เป็น Rooftop Jazz Bar ที่ผสานดนตรี ความหรูหรา และพลังของความร่วมสมัยไว้ในที่เดียว เพราะที่นี่ออกแบบค่ำคืนให้ตอบโจทย์ผู้คนได้อย่างหลากหลาย ทั้งคนที่อยากนั่งฟังเพลง คนที่อยากมาดื่มสังสรรค์ หรือแม้แต่ Gen Z ที่อยากค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในบรรยากาศที่แตกต่าง และเมื่อ Jazz ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในโลกของอดีต แต่ถูกตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน Brass House จึงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ Jazz Bar ยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน และพาเราไปทำความรู้จักกับนิยามใหม่ของ Jazz Bar Bangkok ที่เข้าถึงง่ายกว่าที่เคย

Jazz Bar Bangkok

1. ทำความรู้จักกับ Jazz Bar Bangkok ของ Brass House ที่ทำให้ดนตรีสไตล์ Jazz เข้าถึงง่ายกว่าที่เคย

โดยทั่วไปแล้ว Jazz Bar Bangkok มักถูกออกแบบให้มีบรรยากาศเงียบขรึม แสงไฟสลัว เวทีขนาดเล็ก และการนั่งฟังดนตรีอย่างตั้งใจ ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่าตัวเองต้องเข้าใจความเป็นเพลงแจ๊ส หรือคุ้นเคยกับวัฒนธรรมนี้มาก่อนจึงจะกล้าเดินเข้าไป และส่งผลให้นี่คือภาพจำของ Jazz Bar แบบคลาสสิกที่แม้จะมีเสน่ห์ แต่ก็อาจสร้างระยะห่างกับคนบางกลุ่ม ทำให้ Brass House เลือกหยิบเสน่ห์ของ Jazz Bar ยุค 1920s หรือ Roaring Twenties มาเป็นแรงบันดาลใจหลัก และไม่ได้หยุดอยู่ที่การย้อนยุค แต่นำมาปรับให้สดใหม่ และร่วมสมัย ตั้งแต่บรรยากาศแบบ Speakeasy ที่ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา ไปจนถึงงานออกแบบสไตล์ Art Deco ที่ใช้เส้นสายเรขาคณิต โทนสีทอง เงิน ดำ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์อย่าง Leather Sofa โต๊ะเตี้ย และโคมไฟแสงอุ่น ที่ช่วยให้บรรยากาศดูหรู แต่ไม่ตึงเครียด ทุกอย่างถูกจัดวางให้ผู้มาเยือน “ผ่อนคลาย” ก่อนจะ “ดื่มด่ำ” กับดนตรี

 

นอกจากนั้นดนตรีแจ๊สที่ Brass House ก็ถูกนำเสนอในมุมที่เป็นมิตรกับผู้ฟังมากขึ้น วงดนตรีสดถ่ายทอดแนว Swing, Bebop และ Ragtime ด้วยพลั งและจังหวะที่ทำให้ค่ำคืนมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่การนั่งฟัง แต่เป็นการ “รู้สึกไปกับเพลง” ไม่ว่าผู้ฟังจะเป็นสายแจ๊สหรือไม่ก็ตาม และอีกหนึ่งความแตกต่าง คือ การผสาน Eastern Twist หรือความสง่างามแบบสถาปัตยกรรมไทยเข้าไปอย่างแนบเนียน ได้แรงบันดาลใจจากวัง และอาคารประวัติศาสตร์ไทย นำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Art Deco แบบไทยร่วมสมัย ทำให้พื้นที่รู้สึก warm, refined และ modern ในเวลาเดียวกัน แตกต่างจาก Jazz Bar หรือ Rooftop Bar ทั่วไปในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน


ทั้งหมดนี้ทำให้ Brass House ไม่ได้เป็น Jazz Bar Bangkok ที่ต้องใช้ความเข้าใจ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคน “เข้ามาสัมผัสแจ๊ส” ในแบบของตัวเอง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนิยาม Jazz Culture ในกรุงเทพฯ ให้ใกล้ตัว และร่วมสมัยมากกว่าที่เคย และเมื่อทั้งหมดนี้ถูกรวมเข้ากับวิวเมืองจากชั้น 45 จากโรงแรมหรูใจกลางเมือง Brass House จึงไม่ใช่แค่ Jazz Bar ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ดนตรีแจ๊สกลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนในกรุงเทพฯ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพยายามเข้าใจ ไม่ต้องรู้สึกว่าแจ๊สเป็นเรื่องไกลตัว และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Brass House กลายเป็น Jazz Bar Bangkok ที่ทำให้ Jazz Culture เข้าถึงง่ายกว่าที่เคย ทั้งสำหรับคนรุ่นใหม่ และทุก Generation อย่างแท้จริง

Jazz Bar Bangkok

2. แนะนำ Jazz Culture จากยุค 1920’s เอกลักษณ์เฉพาะที่ Brass House Jazz Bar Bangkok

เมื่อพูดถึง Jazz Culture จากยุค 1920’s สิ่งที่หล่อหลอมวัฒนธรรมนี้ให้ทรงพลัง และมีตัวตนนั้นไม่ได้มาจากดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “สถานที่” ที่ดนตรีแจ๊สมีชีวิตจริงในยามค่ำคืน และในยุคนั้นไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับการแสดง แต่เป็นเวทีที่สะท้อนอิสรภาพ แฟชั่น และสังคม และสถานที่เหล่านี้ได้สร้างนิยามที่แตกต่างให้กับ Jazz Culture และกลายเป็นต้นแบบของ Jazz Bar และ Nightlife Experience ในเวลาต่อมา

ในบรรดาสถานที่เหล่านั้น มีสามชื่อที่ถูกกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงยุคทองของ Jazz Age ได้แก่ Cotton Club, Savoy Ballroom และ The Stork Club ซึ่งทั้งสามแห่งอาจมีบรรยากาศ และบทบาทที่แตกต่างกัน แต่ล้วนสะท้อนจิตวิญญาณของ Jazz ในคนละมิติ และร่วมกันสร้างรากฐานของวัฒนธรรมยามค่ำคืนที่ยังส่งอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน

และ Brass House Jazz Bar Bangkok ก็ได้หยิบจิตวิญญาณของ Jazz Culture จากยุคนั้นกลับมาเล่าใหม่ ผ่านสายตา และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นปัจจุบัน ไม่ใช่การจำลองอดีต แต่เป็นการตีความใหม่ให้ร่วมสมัย สด และเข้าถึงง่าย และเป็นจุดเริ่มต้นของเอกลักษณ์สำคัญของ Brass House อย่างแท้จริง

2.1 Cotton Club

Cotton Club (1923–1940) ตั้งอยู่ในย่าน Harlem และเป็นเวทีแจ้งเกิดของศิลปินระดับตำนานอย่าง Duke Ellington และ Cab Calloway ซึ่งช่วยกำหนดภาพลักษณ์ของ Jazz ให้มีพลัง มีความหรูหรา และมีตัวตนที่ชัดเจน เสียงแซ็กโซโฟนและจังหวะ Swing ที่ดังก้องในคลับแห่งนี้ สะท้อนถึงอิสรภาพ ความสนุก และความลุ่มลึกของชีวิตยามค่ำคืนในมหานครใหญ่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว แต่ศิลปินส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ และสถานที่แห่งนี้ตกแต่งด้วยสไตล์อาร์ตเดโค บันไดโค้ง และม่านกำมะหยี่สุดหรู สี และวัสดุที่ใช้มีพื้นฐานเป็นสีทอง ครีม แชมเปญ และดำ ผสมกับวัสดุต่างๆ เช่น ผ้าไหม ผ้าซาติน และไม้เนื้อดี ประดับด้วยลูกไม้ เข็มกลัดลูกไม้ปัก ตกแต่งด้วยอัญมณีเทียม หรือวัสดุที่มันวาว รวมถึงภาพวาด หรืองานศิลปะที่สะท้อนถึงยุคนั้น ทำให้Cotton Club คือ หนึ่งในสถานที่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส และกลายเป็นศูนย์กลางของขบวนการ Harlem Renaissance ที่ทำให้ Jazz ก้าวจากดนตรีเฉพาะกลุ่มไปสู่เวทีระดับสากล ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ฟังเพลง แต่เป็นพื้นที่ที่ Jazz ถูกยกระดับให้กลายเป็น “การแสดง” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งดนตรีสด วง Big Band ขนาดใหญ่ การจัดแสง และโชว์ที่มีความ theatrical สูง ซึ่งเน้นการสร้างอารมณ์ ประสบการณ์ และเรื่องราว มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ดื่ม หรือฟังเพลงเท่านั้น และทำให้ Jazz กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Nightlife Culture อย่างแท้จริง

2.2 Savoy Ballroom

Savoy Ballroom (1926)  เป็นศูนย์กลางของดนตรี Big Band Jazz และการเต้นรำอย่าง Lindy Hop และ Swing Dance Jazz ที่นี่ไม่ได้ถูกนั่งฟังอย่างเงียบสงบ แต่ถูก “เต้น” และ “รู้สึก” ผ่านร่างกาย ทำให้ดนตรีกลายเป็นภาษาของการแสดงออก การปลดปล่อย และการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ทำให้บรรยากาศของ Savoy เต็มไปด้วยพลัง ความคึกคัก และจังหวะที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งสะท้อนภาพของ Jazz ในฐานะวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ศิลปะการฟังเพลง และทำให้ Savoy Ballroom จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียม ความสนุก และพลังของคนรุ่นใหม่ในยุค Jazz Age และเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Jazz Bar และสถานที่ยามค่ำคืนที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้ดนตรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตร่วมกัน มากกว่าการเสพเพียงลำพัง และถ้าหาก Cotton Club คือ ภาพของ Jazz ที่ถูกจัดวางอย่างหรูหรา Savoy Ballroom คือ อีกด้านหนึ่งของ Jazz Culture ที่เต็มไปด้วยชีวิต และอิสรภาพ Savoy Ballroom ที่เปิดในย่าน Harlem เช่นเดียวกัน แต่มีบทบาทแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะที่นี่ คือ Ballroom ขนาดใหญ่ที่เปิดกว้างให้ผู้คนทุกชนชั้น และทุกเชื้อชาติเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น

2.3 The Stork Club

The Stork Club เป็นภาพสะท้อนของ Jazz Age ในมุมของความหรูหรา และอำนาจทางสังคม ตั้งอยู่ใน Manhattan และเป็น Nightclub ระดับ High Society ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในนิวยอร์กช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของดาราฮอลลีวูด นักการเมือง นักธุรกิจ และชนชั้นสูง และการได้เข้ามานั่งใน The Stork Club ไม่ได้หมายถึงแค่การดื่ม หรือฟังเพลง แต่เป็นการประกาศตัวตน และสถานะในสังคมด้วย และถึงแม้ The Stork Club จะไม่ได้เน้นดนตรีแจ๊สอย่างเข้มข้นเท่า Cotton Club หรือ Savoy Ballroom แต่ Jazz ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ควบคู่ไปกับค็อกเทล การบริการระดับสูง และ Social Interaction ที่ซับซ้อน และดนตรีทำหน้าที่เป็นฉากหลังของบทสนทนา การเจรจา และความสัมพันธ์ในโลกของชนชั้นสูงในยุคนั้น ดังนั้น The Stork Club จึงเป็นตัวแทนของ Nightlife ที่ผสานความสง่างาม ความเป็นส่วนตัว และความ sophisticated เข้าไว้ด้วยกัน และกลายเป็นต้นแบบของ Luxury Bar และ Jazz Lounge ในเวลาต่อมา ที่ไม่ได้ขายเพียงเสียงเพลง แต่ขาย “ประสบการณ์” และ “ตัวตน” ของผู้ที่ก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่นั้นอีกด้วย และส่งผลให้ Jazz Culture ในมิติของ Social Prestige นั้นยังคงส่งอิทธิพลต่อการออกแบบบาร์ และสถานที่ยามค่ำคืนมาจนถึงปัจจุบัน

Jazz Bar Bangkok

3. เทคนิคการนั่งชิลที่ Jazz Bar Bangkok “Brass House” แบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็แวะมานั่งชิลได้

สำหรับการนั่งชิลที่ Jazz Bar Bangkok อย่างที่ Brass House ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องเป็นคนรู้จักดนตรีแจ๊สอย่างลึกซึ้ง เพราะที่ Brass House Jazz Bar Bangkok การนั่งชิล คือ การผสมผสานระหว่างบรรยากาศ ดนตรี การเลือกเครื่องดื่ม และพื้นที่ให้เหมาะกับอารมณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะมาเพื่อพักผ่อนหลังเลิกงาน สังสรรค์กับเพื่อน หรือแค่ต้องการหามุมสงบเพื่อปล่อยใจ ที่ทำให้ค่ำคืนของทุกคนมีความสนุก และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย แต่ว่าเทคนิคการนั่งชิลที่นี่ไม่ได้มีสูตรตายตัว แค่มีเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้ เพื่อให้นั่งชิลอย่างเต็มที่ พร้อมสัมผัส Jazz Culture จากยุค 1920’s ในบรรยากาศที่ modern และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ดังนี้

3.1 เลือกช่วงเวลาที่ใช่

การเลือกเวลาไป Jazz Bar Bangkok หรือ Brass House เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการนั่งชิลอย่างแท้จริง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่างช่วงหัวค่ำถึงสองทุ่มครึ่ง เพราะเป็นเวลาที่แสงพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า ที่ผสมผสานเข้ากันกับแสงไฟนวลจากร้าน และวิวเมืองชั้น 45 จะช่วยสร้างอารมณ์สบายๆ เข้ากับเสียงดนตรีแจ๊สที่ค่อยๆ เริ่มบรรเลง และช่วงเวลานี้เหมาะกับคนที่อยากฟังดนตรีแบบชิลๆ คุยกับเพื่อน หรือมานั่งผ่อนคลายหลังวันทำงานยาวๆ นอกจากนี้การไปในช่วงนี้ยังทำให้สามารถเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ และเก็บภาพสวยๆ ของบรรยากาศยามค่ำคืนโดยไม่วุ่นวายเหมือนช่วงดึก ดังนั้น การเลือกช่วงเวลาที่เข้ากับสไตล์ของตัวเองจะช่วยให้ซึมซับบรรยากาศ Jazz Bar ได้อย่างเต็มที่ และทำให้ค่ำคืนกลายเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลาย และสนุกสนานมากขึ้น

3.2 เลือกเครื่องดื่มที่ชอบ

สำหรับเครื่องดื่มนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้การนั่งชิลที่ Brass House สนุก และเข้าถึงง่ายมากขึ้น สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากค็อกเทล Signature หรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติดื่มง่าย เพราะจะช่วยให้เพลิดเพลินกับดนตรี และบรรยากาศได้แบบชิลๆ และที่นี่ก็ยังมีเครื่องดื่มอีกหลากหลายให้เลือก ตั้งแต่ค็อกเทลคลาสสิกที่ได้แรงบันดาลใจจากยุค Jazz Age ไปจนถึงเมนูอื่นๆ ที่ช่วยสร้างอารมณ์เฉพาะตัว ดังนั้น การเลือกเครื่องดื่มที่ชอบจะช่วยให้รู้สึกสบาย และเข้าถึง Jazz Bar ในแบบที่เป็นตัวเอง และนอกจากนี้การลองค็อกเทลที่มี Signature Story ของร้านยังทำให้ประสบการณ์ในการนั่งชิลที่นี่ในค่ำคืนนั้นไม่ซ้ำใคร และเป็นวิธีง่ายๆ ในการสัมผัสจิตวิญญาณของ Jazz Culture จากยุค 1920’s ได้อย่างแท้จริง

3.3 เลือกที่นั่งให้เหมาะสม

สำหรับการเลือกที่นั่งให้เหมาะสมก็เป็นอีกเทคนิคสำคัญของการนั่งชิลที่ Brass House  Jazz Bar Bangkok เพราะถ้าหากอยากฟังดนตรีแบบใกล้ชิด ให้เลือกที่นั่งมองเห็นเวที หรืออยู่ในโซนกลางของร้าน แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว หรือมานั่งชิลแบบไม่สนใจรายละเอียดทุกโน้ตมากนักก็สามารถเลือกเป็นโซฟา หรือมุมส่วนตัวที่แยกออกจากผู้คนก็จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ดังนั้น การเลือกที่นั่งให้เหมาะกับอารมณ์ของตัวเอง จะทำให้การนั่งชิลที่ Jazz Bar นั้นสามารถเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น

3.4 ปล่อยใจกับดนตรีแบบชิลๆ

อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญในการนั่งชิลที่ Jazz Bar Bangkok คือ การปล่อยใจไปกับดนตรี ไม่จำเป็นต้องเข้าใจแจ๊สแบบลึกซึ้ง เพราะว่า Jazz ที่ Brass House ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ การปล่อยใจฟังเสียงแซ็กโซโฟน เปียโน หรือวงบิ๊กแบนด์แบบผ่อนคลาย จะช่วยให้ซึมซับอารมณ์ต่างๆ ในค่ำคืนนั้นได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถนั่งฟังแบบผ่านๆ คุยไป ดื่มไป หรือแค่ปล่อยให้เสียงดนตรีเป็นฉากหลัง สิ่งสำคัญ คือ การไม่กดดันตัวเองให้ต้องตีความเพลงทั้งหมด ไม่ต้องเก็บทุกรายละเอียด แค่การฟังแบบชิลๆ ก็จะช่วยให้ Jazz กลายเป็นเรื่องสนุก และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน

3.5 อยากมาเมื่อไหร่ก็แวะได้ทุกโอกาส

สำหรับเทคนิคสุดท้ายในการนั่งชิลที่ Brass House คือ มาได้ทุกโอกาส ไม่ต้องรอวันพิเศษ อยากแวะมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะว่าที่ Jazz Bar Bangkok แห่งนี้ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันหยุด หรือค่ำคืนที่อยากพักผ่อน Brass House พร้อมต้อนรับทุกคน ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นทางการ หรือวางแผนใหญ่โต เพียงแค่เลือกเวลา และที่นั่งที่ชอบ พร้อมสั่งเครื่องดื่มเมนูโปรด ก็สามารถมาสัมผัสประสบการณ์ Jazz Culture แบบชิลๆ ได้ทันที และนี่คือเสน่ห์ของ Jazz Bar ที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และทำให้ค่ำคืนของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข และความผ่อนคลายอย่างแท้จริง

4. สำรองที่นั่ง เพื่อสัมผัส Jazz Bar Bangkok ก่อนใครที่ Brass House ได้แล้ว วันนี้!

สำหรับใครที่สนใจอยากจะแวะมานั่งชิล หรือเปิดประสบการณ์การฟังเพลง Jazz แบบเข้าถึงง่าย ที่ Brass House ก็สามารถสำรองที่นั่ง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

  • Tel. : 091-989-2626
  • Facebook : Brass House Bangkok
  • Line Official : @brasshousebangkok
  • Instagram : @brasshousebangkok

Website : www.brasshousebangkok.com

Top

connect with us

find us
contact us
opening hours

Tuesday - thursday 4pm - 11pm
Friday & saturday 12pm till late