บาร์แจ๊ส

บาร์แจ๊ส พื้นที่ฟังแจ๊สสดแบบมีรสนิยม สำหรับดินเนอร์ และค่ำคืนสุดพิเศษ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

บาร์แจ๊ส” พื้นที่ฟังแจ๊สสดแบบมีรสนิยม สำหรับดินเนอร์ และค่ำคืนสุดพิเศษ

ในยุคที่ตัวเลือกของสถานที่แฮงก์เอาต์มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคลับ หรือบาร์สไตล์ต่างๆ รวมถึงร้านอาหารที่เปิดเพลงยอดนิยมคลอเบาๆ แต่พื้นที่แฮงก์เอาต์อย่าง “บาร์แจ๊ส” ก็ยังคงมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับดื่ม หรือสังสรรค์ แต่คือพื้นที่ที่ผสานดนตรีสด บรรยากาศ และรสนิยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

 

โดยดนตรีแจ๊สมีเอกลักษณ์ในเรื่องของอารมณ์ และความละเมียดละไม จังหวะที่ไม่เร่งรีบเกินไป เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง คนข้างๆ หรือคนรอบตัวอย่างเต็มที่ แตกต่างจากสถานที่ที่เน้นความสนุกแบบฉับไว ทำให้บาร์แจ๊สจึงกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับค่ำคืนที่ต้องการความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์กับคนรัก ฉลองโอกาสสำคัญ หรือพบปะพูดคุยในบรรยากาศที่มีระดับ

 

และความพิเศษของบาร์แจ๊ส กรุงเทพ ยังอยู่ที่การสร้าง “พื้นที่แห่งประสบการณ์” ที่มากกว่าแค่เสียงเพลง เสียงเปียโนที่ไหลลื่น เสียงแซกโซโฟนที่อบอุ่น หรือเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ สามารถเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำได้ในทันที ยิ่งเมื่อองค์ประกอบอื่นๆ อย่างแสงไฟ การจัดวางโต๊ะ และการบริการ ถูกออกแบบให้สอดคล้องกัน ค่ำคืนนั้นก็จะยิ่งมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

 

สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่ดินเนอร์ที่ไม่จำเจ Jazz Bar กรุงเทพ ก็เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ในแง่ของบรรยากาศที่เอื้อต่อการสนทนา สามารถพูดคุยได้โดยไม่ต้องแข่งกับเสียงดนตรี ขณะเดียวกันก็ยังได้ดื่มด่ำกับการแสดงสดอย่างใกล้ชิด และความสมดุลนี้ทำให้บาร์แจ๊สเป็นทางเลือกที่ลงตัวสำหรับทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่การนัดหมายทางธุรกิจที่ต้องการความเป็นกันเองแต่ยังคงภาพลักษณ์ที่มีรสนิยม

 

ยิ่งไปกว่านั้น บาร์แจ๊สมักให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การคัดเลือกวงดนตรี ไปจนถึงการรังสรรค์เครื่องดื่มที่สอดคล้องกับบรรยากาศ สิ่งเหล่านี้ช่วยยกระดับค่ำคืนให้แตกต่างจากการไปบาร์ทั่วไป ดังนั้น ในบทความนี้ทาง Brass House ก็จะพาไปดูกันว่าบาร์แจ๊สที่เหมาะกับดินเนอร์ควรมีองค์ประกอบอย่างไร และเหตุใดเพลงแจ๊สเมื่อจับคู่กับไวน์ หรือค็อกเทลที่คัดสรรมาอย่างดี จึงสามารถเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ และน่าจดจำได้อย่างแท้จริง โดยมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย!

1. บาร์แจ๊สที่เหมาะกับดินเนอร์ควรแตกต่างจากบาร์อื่นอย่างไร?

บาร์แจ๊ส

สำหรับการเลือก “บาร์แจ๊ส” สำหรับดินเนอร์ ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ที่มีดนตรีสดเท่านั้น แต่คือการเลือกพื้นที่ที่สามารถเปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีรสนิยม และมีอารมณ์ร่วมอย่างแท้จริง โดยบาร์แจ๊สที่ดีสำหรับดินเนอร์นั้นจะต้องมีองค์ประกอบที่แตกต่างจากบาร์ทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่เน้นเพียงความคึกคัก หรือความบันเทิงระยะสั้น แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างอาหาร ดนตรี บรรยากาศ และการบริการ และองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บาร์แจ๊สเหมาะกับการดินเนอร์มากกว่าบาร์รูปแบบอื่นๆ มีดังนี้

  • บรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัว บาร์แจ๊สสำหรับดินเนอร์จะออกแบบแสงไฟให้นุ่มนวล โต๊ะวางแบบมีระยะห่างพอเหมาะ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แขกสามารถสนทนาได้โดยไม่ต้องตะโกน และยังคงสัมผัสกับดนตรีสดได้อย่างชัดเจน ต่างจากบาร์ทั่วไปที่เน้นความสนุกสนาน หรือเสียงดังจนกลบการสนทนา
  • ดนตรีสดที่เสริมมื้ออาหาร ไม่ใช่กลบเสียงพูดคุย เพราะว่าบาร์แจ๊สนั้นมีการบรรเลงเพลงที่ควบคุมระดับเสียง และจังหวะให้เหมาะกับช่วงเวลา มีทั้งเพลงโทนนุ่มๆ สำหรับเริ่มมื้ออาหาร และเพลงจังหวะสนุกขึ้นเล็กน้อยหลังจบจานหลัก เพื่อสร้าง Flow ของค่ำคืนให้สมดุล และต่อเนื่อง
  • เมนูอาหารที่พิถีพิถัน และคุณภาพสูง เพราะเมนูดินเนอร์ต้องไม่ใช่แค่ของว่าง แต่ควรมีจานหลัก และของหวานที่จัดจานสวย รสชาติสมดุล และเข้ากับเครื่องดื่ม คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง และการจัดอาหารให้เข้ากับดนตรี และบรรยากาศ ก็ช่วยยกระดับประสบการณ์ในการดินเนอร์ที่บาร์แจ๊สให้พรีเมียมยิ่งขึ้น
  • การจัดเลย์เอาต์ที่มองเห็นเวทีได้ชัดเจน สำหรับโต๊ะนั้นควรจัดให้แขกสามารถมองเห็นศิลปินได้โดยไม่บังกัน และไม่แออัด มีพื้นที่ให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับเวทีโดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว และช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูกลมกลืนกับมื้ออาหาร
  • เครื่องดื่มคัดสรรเพื่อเสริมอรรถรสของแจ๊ส สำหรับไวน์ และค็อกเทลนั้นควรถูกออกแบบให้เข้ากับรสชาติอาหาร และโทนเพลง โดยเฉพาะเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของร้าน รวมถึงสามารถยกระดับค่ำคืนให้พิเศษมากขึ้นได้ แตกต่างจากบาร์ทั่วไปที่เครื่องดื่มมักเน้นเพียงปริมาณ หรือความแรงเท่านั้น
  • การบริการที่สุภาพ และเข้าใจในจังหวะยามค่ำคืน พนักงานควรให้บริการอย่างมืออาชีพ แต่ไม่เร่งรีบ เข้าใจว่าค่ำคืนนี้ต้องใช้เวลาพักผ่อน และดื่มด่ำกับดนตรี รวมถึงการใส่ใจเล็กๆ เช่น การแนะนำเมนู หรือเติมเครื่องดื่มในจังหวะเหมาะสม ก็เป็นอีกส่วนที่สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ
  • ภาพลักษณ์ และรสนิยมที่ชัดเจน สำหรับบาร์แจ๊ส หรือ Jazz Bar กรุงเทพ สำหรับดินเนอร์ควรสะท้อนความหรูหรา และคลาสสิก เหมาะกับการฉลองวันสำคัญ หรือการนัดพบที่ต้องการความประทับใจ ทั้งในแง่การตกแต่ง การจัดแสง และบรรยากาศโดยรวม ทำให้ค่ำคืนนั้นแตกต่างจากการทานอาหารในร้านทั่วไป

เมื่อรวมองค์ประกอบทั้ง 7 ข้อนี้ บาร์แจ๊สจึงไม่ใช่แค่ที่นั่งฟังเพลง แต่เป็นสถานที่ที่ยกระดับมื้ออาหาร และค่ำคืนให้เป็นประสบการณ์ที่ครบทุกด้าน ทั้งเสียงเพลง รสชาติอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศอย่างแท้จริง

2. เพลงแจ๊ส + เครื่องดื่มไวน์ และค็อกเทล ตัวช่วยยกระดับค่ำคืนให้พิเศษมากขึ้น

บาร์แจ๊ส

สำหรับการฟังเพลงแจ๊สในบรรยากาศของ Jazz Bar กรุงเทพนั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่แล้ว แต่หากต้องการ “ยกระดับ” ประสบการณ์ให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น การเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสมถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะรสชาติ กลิ่น และสัมผัสของเครื่องดื่มสามารถทำงานคู่ขนานไปกับอารมณ์ของดนตรีได้อย่างน่าทึ่ง

โดยดนตรีแจ๊สเป็นแนวเพลงที่มีมิติ มีทั้งความนุ่มลึก ความซับซ้อน และช่วงด้นสดที่คาดเดาไม่ได้ ที่เหมือนกันกับการจิบไวน์ระหว่างฟังเพลง ที่ค่อยๆ เปิดเลเยอร์ของรสชาติไปพร้อมกับการเปิดเลเยอร์ของเสียงดนตรี อย่างเช่นไวน์แดงที่มีบอดี้ปานกลางถึงหนัก ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลุ่มลึก และยาวนาน เหมาะกับเพลงแจ๊สโทนคลาสสิก หรือบัลลาด ส่วนไวน์ขาว หรือสปาร์กลิงไวน์ให้ความสดชื่น เหมาะกับเพลงสวิง หรือบอสซาโนวาที่มีจังหวะสนุกขึ้นเล็กน้อย

ซึ่งการดื่มไวน์ในบาร์แจ๊สยังช่วย “ชะลอจังหวะ” ของค่ำคืน ทำให้ผู้ฟังมีความผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ มีเวลาโฟกัสกับเสียงดนตรีมากขึ้น กลายเป็นประสบการณ์ที่มีความละเมียดละไม แตกต่างจากการดื่มแบบเร่งด่วนในบาร์ทั่วไป

ในขณะเดียวกัน “ค็อกเทลซิกเนเจอร์” ที่ออกแบบมาเพื่อ Jazz Vibe โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยสร้างมิติของประสบการณ์ และค็อกเทลที่ดีไม่ใช่แค่รสชาติลงตัว แต่ต้องมีแนวคิดที่เชื่อมโยงกับบรรยากาศของร้าน อาจใช้วัตถุดิบที่ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ โทนไม้ วานิลลา หรือเครื่องเทศบางชนิด เพื่อสะท้อนความอบอุ่นแบบแจ๊ส หรือใช้เทคนิคการผสมที่มีความซับซ้อน เปรียบเสมือนการเรียบเรียงดนตรี

และที่ Brass House ก็มีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงอารมณ์ของ Live Jazz อย่างแท้จริง ทั้งในด้านรสชาติ การจัดวางแก้ว และเรื่องราวเบื้องหลังแต่ละเมนู บางแก้วเน้นความเข้ม และลุ่มลึก สื่อถึงความคลาสสิกของแจ๊สยุคเก่า บางแก้วมีความสดชื่น และซับซ้อน เปรียบเหมือนจังหวะด้นสดที่มีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ การมีตัวเลือกไวน์ที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสม ยังช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถจับคู่เครื่องดื่มกับอาหาร และอารมณ์ของเพลงในค่ำคืนนั้นได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเดตไนท์ ฉลองวันสำคัญ หรือพบปะสังสรรค์

เมื่อเสียงแซกโซโฟนลอยคลอไปกับกลิ่นหอมจากแก้วไวน์ หรือเมื่อจังหวะเปียโนสอดประสานกับรสสัมผัสของค็อกเทลซิกเนเจอร์ ค่ำคืนในแจ๊สบาร์จะไม่ใช่เพียงการออกมาทานข้าวหรือฟังเพลง แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ครบทั้งรสชาติ เสียง และอารมณ์ และนี่คือเหตุผลที่การเลือกไวน์หรือค็อกเทลที่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อได้สัมผัสบรรยากาศที่ Brass House ซึ่งออกแบบทุกองค์ประกอบมาเพื่อ Jazz อย่างแท้จริง

3. โอกาสที่เหมาะกับการแวะมาที่บาร์แจ๊สมีอะไรบ้าง?

บาร์แจ๊ส

หลายๆ คนอาจมองว่าบาร์แจ๊สเป็นสถานที่สำหรับสายดนตรีโดยเฉพาะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บาร์แจ๊ส คือพื้นที่ที่รองรับ “ช่วงเวลาสำคัญ” ของชีวิตได้หลากหลายกว่าที่คิด ด้วยบรรยากาศที่ละเมียดละไม เสียงดนตรีสดที่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วม และความพรีเมียมของสถานที่ ทำให้บาร์แจ๊สกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนโรแมนติก การพบปะทางธุรกิจ หรือแม้แต่การให้รางวัลตัวเองหลังจากวันเหน็ดเหนื่อย และโอกาสที่เหมาะอย่างยิ่งกับการแวะมาที่บาร์แจ๊ส พร้อมเหตุผลว่าทำไมบรรยากาศแบบนี้จึงตอบโจทย์มากกว่าสถานที่ประเภทอื่น มีดังนี้

  • ดินเนอร์โอกาสพิเศษกับคนรัก

ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบ วันเกิด หรือเดตแรกที่อยากให้ประทับใจ บาร์แจ๊ส คือ สถานที่ที่ช่วยยกระดับช่วงเวลานั้นให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยเสียงแซกโซโฟนที่นุ่มนวล หรือเปียโนที่บรรเลงคลอเบาๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติก แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่อาจมีเสียงจอแจ แต่ที่บาร์แจ๊สให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่า ผู้คนมีความผ่อนคลาย แสงไฟนวลตา และจังหวะดนตรีที่ไม่เร้าเกินไป ทำให้บทสนทนาเป็นไปอย่างลื่นไหล อีกทั้งดนตรีแจ๊สยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือ ช่วย “เติมอารมณ์” ให้ช่วงเวลาธรรมดากลายเป็นความทรงจำที่น่าจดจำ

  • ฉลองความสำเร็จ หรือให้รางวัลตัวเอง

หลังจากปิดโปรเจกต์ใหญ่ สอบผ่าน เลื่อนตำแหน่ง หรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ การเลือกมานั่งฟังแจ๊สสดพร้อมเครื่องดื่มดีๆ สักแก้ว ถือว่าเป็นวิธีให้รางวัลตัวเองที่มีรสนิยม เพราะที่บาร์แจ๊สไม่ได้เน้นความครึกครื้นแบบสุดเหวี่ยง แต่เน้นความพรีเมียม และความผ่อนคลาย จึงเหมาะกับการเฉลิมฉลองแบบผู้ใหญ่ที่ต้องการซึมซับบรรยากาศอย่างมีสไตล์ ที่จะได้ทั้งดนตรีคุณภาพ อาหารดี และเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ และเป็นการเฉลิมฉลองที่สะท้อนความสำเร็จอย่างมีระดับ

  • นัดพบปะพูดคุยทางธุรกิจแบบไม่เป็นทางการ

สำหรับนักธุรกิจ หรือคนทำงานสร้างสรรค์ บาร์แจ๊ส คือ พื้นที่กึ่งทางการที่เหมาะกับการพูดคุยดีลสำคัญในบรรยากาศผ่อนคลาย เสียงดนตรีที่ไม่ดังเกินไปช่วยให้บทสนทนาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ต่างจากไนต์คลับ หรือบาร์ทั่วไปที่เสียงอาจกลบการพูดคุย อีกทั้งความพรีเมียมของสถานที่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แสดงถึงรสนิยม และความใส่ใจในรายละเอียด การเลือกสถานที่แบบนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารตัวตน และความเป็นมืออาชีพได้เป็นอย่างดี

  • ใช้เวลาคุณภาพกับกลุ่มเพื่อนสนิท

ถ้าหากใครที่กำลังมองหาสถานที่ที่ไม่วุ่นวายเกินไป แต่ยังมีสีสัน และชีวิตชีวา บาร์แจ๊ส ใกล้ฉัน หรือบาร์แจ๊ส กรุงเทพ คือ คำตอบ เพราะที่นี่เหมาะกับการนั่งคุยยาวๆ กับเพื่อนสนิท ฟังดนตรีสด และแบ่งปันบทสนทนาในบรรยากาศที่มีระดับ นอกจากนั้นบาร์แจ๊สยังมีเสน่ห์ตรงที่ช่วยสร้างจังหวะให้ค่ำคืนไม่เงียบเหงา แต่ก็ไม่รบกวนการสื่อสาร ผู้ฟังสามารถซึมซับดนตรีไปพร้อมกับการพูดคุยได้อย่างสมดุล ทำให้ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยคุณภาพมากกว่าความเร่งรีบ

  • คืนพักผ่อนหลังวันทำงานที่เหนื่อยล้า

บางครั้งเราไม่ได้ต้องการงานเฉลิมฉลองใหญ่โต แต่อยากได้เพียงพื้นที่ที่ทำให้ใจสงบลง และเสียงเพลงแจ๊สสดก็มีคุณสมบัติช่วยคลายความตึงเครียด ลดความวุ่นวายในหัว และทำให้ร่างกายผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น การแวะมานั่งจิบไวน์ หรือค็อกเทลเบาๆ ที่บาร์แจ๊สพร้อมฟังดนตรีที่เล่นสดตรงหน้า ก็เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเปิดเพลงผ่านลำโพงที่บ้านอย่างสิ้นเชิง เพราะพลังของดนตรีสดมีชีวิต มีการสื่อสาร และมีจังหวะที่เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของค่ำคืน

ดังนั้น บาร์แจ๊สจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับคนรักดนตรีเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่สำหรับช่วงเวลาสำคัญของชีวิตในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะโรแมนติก เฉลิมฉลอง เป็นทางการ หรือเพื่อการพักผ่อนอย่างมีระดับ ถ้าหากใครกำลังมองหาสถานที่ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย บาร์แจ๊ส คือ คำตอบที่ลงตัวที่สุด

4. สัมผัสประสบการณ์บาร์แจ๊สพรีเมียม Rooftop ใจกลางกรุงฯ ที่ Brass House Bangkok

บาร์แจ๊ส

สำหรับใครที่กำลังมองหาบาร์แจ๊ส กรุงเทพ หรือบาร์แจ๊ส ใกล้ฉัน ที่ไม่ใช่แค่ฟังเพลง แต่เป็นการสัมผัสประสบการณ์ครบทุกมิติ ทั้งบรรยากาศ อาหาร เครื่องดื่ม และวิวเมืองยามค่ำคืน ที่ “Brass House Bangkok” คือ คำตอบที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง

โดยที่ Brass House แตกต่างจากแจ๊สบาร์ทั่วไป เพราะเป็น Rooftop บนชั้น 45 จากโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความคลาสสิกของดนตรีแจ๊สเข้ากับความโมเดิร์นของวิวเมืองแบบพาโนรามา เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับกลายเป็นฉากหลังของเสียงเปียโน และแซกโซโฟนสด สร้างบรรยากาศที่ทั้งโรแมนติก และมีสไตล์

อีกทั้งที่นี่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพดนตรี วงดนตรี และศิลปินได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกโน้ตที่บรรเลงออกมามีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นแนว Smooth Jazz, Classic Jazz หรือ Contemporary Jazz ทำให้ทุกคนจะได้สัมผัสเสียงดนตรีที่ชัดเจน ละมุน และกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ

และในด้านอาหาร และเครื่องดื่มนั้นทาง Brass House ก็ได้มีการนำเสนอเมนูที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่จานดินเนอร์ที่จัดจานสวยงาม ไปจนถึงไวน์ และค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่สะท้อนตัวตนของร้าน ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาอย่างตั้งใจ เพื่อให้รสชาติของอาหาร เครื่องดื่ม และเสียงดนตรีประสานกันอย่างลงตัว

สำหรับคู่รักที่ต้องการค่ำคืนโรแมนติก กลุ่มเพื่อนที่อยากสังสรรค์อย่างมีระดับ หรือแม้แต่การนัดพบทางธุรกิจที่ต้องการบรรยากาศพรีเมียม Brass House Bangkok สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และภาพลักษณ์ที่ดูดี

ดังนั้น ถ้าหากใครอยากสัมผัสบาร์แจ๊ส กรุงเทพที่ยกระดับทุกประสบการณ์ให้พิเศษกว่าที่เคย พร้อมวิว Rooftop ใจกลางกรุงที่สวยสะกดสายตา Brass House Bangkok คือ จุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับโอกาสพิเศษในยามค่ำคืน และสำหรับใครที่กำลังมองหาบาร์แจ๊ส ใกล้ฉัน และอยากจะแวะมา นั่งชิล หรือเปิด

5. อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ประสบการณ์การฟังเพลงในบาร์แจ๊สแบบเข้าถึงง่าย ที่นำ Jazz Culture จากยุค 1920 กลับมาเล่าใหม่ให้ถูกใจทุก Generation ไม่ว่าจะเป็น Cotton Club, Savoy Ballroom และ The Stork Club ต้องที่ Brass House บนชั้น 45 ของโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ  (Grande Centre Point Prestige) เดินทางง่าย เดินทางสะดวก ทั้งรถยนต์ส่วนตัว และ BTS ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บรรยากาศดี วิวราชกรีฑา สโมสร สปอร์ต คลับ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 01.00 น. ก็สามารถสำรองที่นั่ง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้